สมาร์ทโฮมที่ใช้ SmartThings
เปลี่ยนทีวีของคุณให้เป็นสมาร์ตโฮมฮับ
SmartThings
สร้างไลฟ์สไตล์อัจฉริยะที่ปรับให้เหมาะกับความต้องการของคุณด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพอุปกรณ์ภายในบ้านที่เชื่อมต่อกัน ด้วย SmartThings1 Hub ที่มีใน Samsung Smart TV คุณจะสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกับ SmartThings ได้ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่รองรับมาตรฐาน Matter และ HCA พร้อมเพลิดเพลินกับประสบการณ์สมาร์ตโฮมที่ช่วยให้ชีวิตประจำวันของคุณง่ายขึ้น
ใส่ใจสัตว์เลี้ยงของคุณได้ตลอดขณะที่คุณไม่อยู่บ้าน
Pet Care
ใช้ทีวีให้เป็นพี่เลี้ยงช่วยดูสัตว์เลี้ยงของคุณขณะที่คุณไม่อยู่บ้าน ทีวีของคุณจะตรวจจับเสียงต่าง ๆ อย่างเสียงเห่าได้ผ่านไมโครโฟน แล้วก็จะเปิดคอนเทนต์โปรดของสัตว์เลี้ยงให้โดยอัตโนมัติเพื่อช่วยให้เจ้าเพื่อนตัวน้อยผ่อนคลาย2
แปลงโฉมทีวีของคุณให้กลายเป็นเวทีคาราโอเกะ
คาราโอเกะ
เปลี่ยนทีวีของคุณให้เป็นเวทีคาราโอเกะได้ โดยใช้โทรศัพท์ของคุณเป็นไมโครโฟนหรือใช้ไมโครโฟนไร้สาย เริ่มร้องเพลงกับเพื่อนและครอบครัว ให้ห้องนั่งเล่นของคุณเต็มไปด้วยความสนุกสนาน พลัง และความบันเทิงที่มีชีวิตชีวา3
ประหยัดพลังงานด้วยการวิเคราะห์การใช้งานของคุณ
โหมด AI Energy
จัดการพลังงานได้ง่าย ๆ ด้วย SmartThings เมื่อเปิดโหมด AI Energy4 ทีวีของคุณจะตรวจจับระดับแสงโดยรอบโดยอัตโนมัติและวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานเพื่อปรับความสว่าง นอกจากนี้ โหมดดังกล่าวยังช่วยวิเคราะห์คอนเทนต์ในแต่ละฉากเพื่อปรับความสว่างเล็ก ๆ น้อย ๆ และช่วยประหยัดการใช้พลังงานได้ในทุกโอกาสที่เป็นไปได้
คำถามที่พบบ่อย:
ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับ Samsung Smart Home
-
Samsung Smart Home คืออะไรสมาร์ตโฮม Samsung คือแพลตฟอร์มการใช้ชีวิตอัจฉริยะแบบครบวงจรจาก Samsung ที่เชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไฟ กลอนประตูอัจฉริยะ และอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อให้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้นและสะดวกสบายยิ่งขึ้น
คุณสามารถจัดการและควบคุมอุปกรณ์เหล่านี้ได้ผ่านแอป SmartThings ซึ่งเป็นศูนย์กลางที่ทำให้คุณเชื่อมต่อ ตรวจดู และใช้งานสมาร์ตโฮมของคุณได้อย่างง่ายดาย Samsung TV ส่วนใหญ่มาพร้อมกับ SmartThings ในตัว คุณจึงสามารถใช้ทีวีของคุณเป็นอุปกรณ์จัดการสมาร์ตโฮมได้โดยไม่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม
ด้วยฟีเจอร์ต่าง ๆ อย่าง Pet Care, Universal Gestures, Storage Share, 3D Map view รวมไปถึงการควบคุมแบบแฮนด์ฟรีด้วย Voice Assistant ทำให้สมาร์ตโฮม Samsung ทำอะไรได้มากขึ้น อาทิ การควบคุมทีวี การเชื่อมต่ออุปกรณ์อัจฉริยะ การจัดการเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และการดูแลสมาชิกในครอบครัว -
อุปกรณ์ใดบ้างที่ใช้งานร่วมกับ SmartThings ได้SmartThings ออกแบบมาให้ใช้งานกับอุปกรณ์สมาร์ตโฮมได้หลากหลายแบบ ซึ่งไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ของ Samsung แต่ยังรวมถึงแบรนด์อื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งรองรับมาตรฐานการสื่อสารหลากหลายแบบ ทั้ง Wi-Fi และมาตรฐาน Matter ใหม่ล่าสุด ทำให้เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มสมาร์ตโฮมที่ใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ที่สุด
อุปกรณ์ที่รองรับครอบคลุมหมวดหมู่สำคัญหลายประเภท:
- • ไฟส่องสว่าง: หลอดไฟ สวิตช์ และไฟเส้นอัจฉริยะ
- • เซ็นเซอร์: เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว เซ็นเซอร์ประตูและหน้าต่าง เซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้น รวมไปถึงอุปกรณ์ตรวจจับการรั่วไหล
- • ความปลอดภัย: กลอนประตูอัจฉริยะ กล้อง และกริ่งประตูวิดีโอ
- • สภาพอากาศ: เทอร์โมสแตทอัจฉริยะสำหรับการควบคุมระบบทำความร้อน การระบายอากาศ และการปรับอากาศ (HVAC)
- • เครื่องใช้ไฟฟ้าของ Samsung: ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ทีวี และอุปกรณ์ Galaxy อื่น ๆ ที่รองรับ SmartThings ในตัว
นอกเหนือจากอุปกรณ์แต่ละชิ้นแล้ว SmartThings ยังประสานงานกับ Voice Assistant และอีโคซิสเต็มชั้นนำอย่าง Amazon Alexa และ Google Home ทำให้สามารถควบคุมข้ามแพลตฟอร์มได้ผ่านแอปเดียว
หากคุณไม่แน่ใจว่าอุปกรณ์รุ่นใดรุ่นหนึ่งนั้นรองรับการใช้งานหรือไม่ คุณสามารถตรวจสอบได้โดยตรงในแอป SmartThings โดยค้นหาจากชื่อผลิตภัณฑ์ หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ SmartThings เพื่อดูรายชื่ออุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกันได้ทั้งหมด -
ต้องใช้ฮับเพื่อใช้งาน SmartThings หรือไม่คุณไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ฮับเพื่อใช้งาน SmartThings เสมอไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของอุปกรณ์ที่คุณต้องการเชื่อมต่อ
อุปกรณ์ที่ใช้ Wi-Fi, Bluetooth และ Matter สามารถเชื่อมต่อได้โดยตรงกับแอป SmartThings โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม ซึ่งจะครอบคลุมอุปกรณ์สมาร์ตโฮมทั่วไปหลากหลายประเภท เช่น ปลั๊ก หลอดไฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้าจาก Samsung
คุณจำเป็นต้องใช้ฮับเมื่อต้องการใช้งานอุปกรณ์ที่ทำงานด้วยโปรโตคอล Zigbee หรือ Z-Wave เนื่องจากโปรโตคอลเหล่านี้ไม่สามารถเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ได้โดยตรง ฮับจึงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างอุปกรณ์เหล่านั้นกับเครือข่ายภายในบ้านของคุณ อย่างไรก็ตาม Samsung Smart TV และเครื่องใช้ไฟฟ้าบางรุ่นนั้นมีฮับในตัว คุณจึงอาจมีสิ่งที่จำเป็นอยู่แล้วโดยไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์แยกต่างหากก็ได้ -
Samsung SmartThings ใช้งานร่วมกับ Matter ได้หรือไม่ได้ Samsung SmartThings รองรับ Matter อย่างสมบูรณ์ Samsung เป็นหนึ่งในผู้เริ่มใช้งานมาตรฐานนี้มาตั้งแต่ต้น โดย SmartThings รองรับการเชื่อมต่อกับ Matter มาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2022 และตั้งแต่นั้นมาก็ได้ขยายการรองรับไปยัง Matter 1.5
SmartThings ทำหน้าที่เป็นตัวควบคุม Matter ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถเพิ่มและควบคุมอุปกรณ์ที่รองรับกับ Matter (ไฟ ปลั๊ก เซนเซอร์ ล็อกประตู และอื่น ๆ) ได้โดยตรงในแอป SmartThings โดยไม่ต้องใช้แอปเฉพาะของแต่ละแบรนด์ ทำให้คุณจัดการอุปกรณ์จากผู้ผลิตรายต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายในที่เดียว
ผลิตภัณฑ์ Samsung หลายรายการยังทำหน้าที่เป็นฮับของ Matter ได้ในตัว ซึ่งรวมไปถึง Samsung TV, สมาร์ตมอนิเตอร์, ตู้เย็น Family Hub และ SmartThings Station บางรุ่น ฟังก์ชันฮับในตัวเหล่านี้ช่วยให้อุปกรณ์ที่รองรับ Matter สามารถเชื่อมต่อได้อย่างไร้รอยต่อโดยไม่จำเป็นต้องใช้ฮับแยกต่างหาก -
SmartThings รองรับอุปกรณ์ได้กี่เครื่องSmartThings ไม่ได้กำหนดจำนวนอุปกรณ์ตายตัว โดยขึ้นอยู่กับวิธีการเชื่อมต่ออุปกรณ์และการตั้งค่าของคุณ ทั้งนี้ ตัวเลขที่สำคัญที่สุดที่คุณควรทราบก็คือ ขีดจำกัดการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ในสถานที่แต่ละแห่งนั้นอยู่ที่ประมาณ 300 เครื่อง ซึ่งจำนวนอุปกรณ์ที่ว่านี้อาจแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมเครือข่ายของคุณ
สำหรับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับฮับโดยตรง เช่น อุปกรณ์ Zigbee และ Matter ในทางทฤษฎีแล้วไม่มีการจำกัดจำนวนอุปกรณ์ที่คุณสามารถเชื่อมต่อกับฮับได้ ตราบใดที่ยังไม่เกินขีดจำกัด 300 เครื่องต่อสถานที่แต่ละแห่ง อย่างไรก็ตาม เพื่อการใช้งานที่เสถียร เราขอแนะนำให้เชื่อมต่ออุปกรณ์ไม่เกินประมาณ 100 เครื่องต่อหนึ่งฮับ
สำหรับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อผ่าน Wi‑Fi หรือคลาวด์ ข้อจำกัดดังกล่าวจะยืดหยุ่นกว่า ที่ผู้ใช้งานหลายคนสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์จำนวนหลายร้อยเครื่อง ณ สถานที่เดียวของ SmartThings ได้โดยไม่ติดปัญหาด้านขีดจำกัด อย่างไรก็ตาม ความแออัดของเครือข่าย หน่วยความจำของฮับ และความซับซ้อนของการตั้งค่าอัตโนมัติ ล้วนส่งผลต่อสมรรถนะการทำงานได้ก่อนที่คุณจะถึงขีดจำกัดที่ระบุไว้
สรุปคือ SmartThings จัดการอุปกรณ์ตามสถานที่ (สูงสุด 10 สถานที่ต่อบัญชี และประมาณ 300 อุปกรณ์ต่อสถานที่) แต่ในทางปฏิบัติแล้ว สภาพแวดล้อมเครือข่ายของคุณมักจะกลายเป็นข้อจำกัดเสียเองมากกว่าขีดจำกัดของซอฟต์แวร์ -
SmartThings มีค่าบริการรายเดือนหรือไม่ไม่มี SmartThings ไม่ต้องเสียค่าบริการรายเดือน ฟีเจอร์หลัก ๆ ซึ่งรวมไปถึงการควบคุมอุปกรณ์ ระบบอัตโนมัติ และกิจวัตรประจำวัน สามารถใช้งานได้ฟรีทันทีหลังจากที่คุณซื้ออุปกรณ์มาแล้ว เพียงดาวน์โหลดแอป SmartThings ก็เริ่มต้นใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นเล็กน้อยที่ควรทราบ ฟีเจอร์ขั้นสูงบางอย่างหรือการเชื่อมต่อกับบริการจากภายนอกอาจมีค่าสมัครสมาชิกแยกต่างหาก ตัวอย่างเช่น บริการดูแลความปลอดภัยภายในบ้านโดยมืออาชีพเป็นบริการที่มีค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก และอุปกรณ์เชื่อมต่อบางอย่าง เช่น กล้องบางรุ่น อาจต้องใช้แผนบริการสมาชิกของตนเองซึ่งแยกต่างหากจาก SmartThings -
จะเชื่อมต่ออุปกรณ์ของฉันกับ SmartThings Hub ได้อย่างไรการเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับ SmartThings Hub นั้นทำได้ง่าย ๆ ผ่านแอป SmartThings โดยมีขั้นตอนดังนี้
- 1. ติดตั้งแอป SmartThings: ดาวน์โหลดได้จาก App Store (iOS) หรือ Play Store (Android) แล้วลงชื่อเข้าใช้ Samsung Account ของคุณ
- 2. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าฮับของคุณพร้อมใช้งาน เปิดเครื่อง SmartThings Hub ของคุณและตรวจสอบว่าได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตแล้ว
- 3. ตั้งค่าอุปกรณ์ให้อยู่ในโหมดจับคู่: ทำตามคำแนะนำของผู้ผลิต โดยทั่วไปคือกดปุ่มรีเซ็ตหรือปุ่มจับคู่ค้างไว้จนกว่าไฟ LED จะกะพริบ
- 4. เพิ่มอุปกรณ์ในแอป: ไปที่แท็บอุปกรณ์ แตะที่ไอคอน + จากนั้นเลือกหนึ่งในตัวเลือกต่อไปนี้:
- • สแกน QR โค้ด (สำหรับอุปกรณ์ที่รองรับ)
- • สแกนหาอุปกรณ์ใกล้เคียงเพื่อตรวจหาอุปกรณ์ที่อยู่ในโหมดจับคู่โดยอัตโนมัติ
- • เลือกอุปกรณ์ของคุณด้วยตนเองตามแบรนด์/รุ่น
- 5. ตั้งชื่อและเลือกห้อง: เมื่อเชื่อมต่อแล้ว ให้ตั้งชื่ออุปกรณ์ (เช่น ""ไฟห้องนั่งเล่น"") และกำหนดห้องเพื่อให้ควบคุมได้ง่ายยิ่งขึ้น
-
ฉันจะจับคู่ Samsung TV กับโทรศัพท์ได้อย่างไรคุณสามารถจับคู่ Samsung TV กับโทรศัพท์ของคุณได้ผ่านแอป SmartThings
- 1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าโทรศัพท์และทีวีเชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi เดียวกัน
- 2. ดาวน์โหลดแอป SmartThings ลงในโทรศัพท์ของคุณ
- 3. เมื่อติดตั้งแล้ว ให้เปิดแอป และแตะที่เพิ่มอุปกรณ์
- 4. เลือกทีวีของคุณโดยสแกน QR โค้ด ตรวจหาอุปกรณ์ใกล้เคียง หรือเลือกจากรายการอุปกรณ์ที่มีอยู่
- 5. เมื่อคุณเลือกทีวีแล้ว จะมีรหัส PIN ปรากฏในหน้าจอทีวี ป้อนรหัส PIN ในแอป SmartThings ในโทรศัพท์ของคุณ
เมื่อเชื่อมต่อเรียบร้อยแล้ว คุณก็จะสามารถแชร์คอนเทนต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ไปยังหน้าจอขนาดใหญ่ได้ง่าย ๆ เพียงแค่แตะที่เมนูในแอป จากนั้นก็เลือกสะท้อนหน้าจอ (Smart View)
ค้นหา Smart TV
-
ภาพรวม
-
ขนาดหน้าจอ
เลือกไม่ได้ว่าจะซื้อทีวีรุ่นไหนดีอยู่หรือเปล่า
ค้นพบ Samsung Smart TV เพิ่มเติม
- ภาพจำลองมีจุดประสงค์เพื่อการนำเสนอเท่านั้น อาจมีการเปลี่ยนแปลงยูสเซอร์อินเทอร์เฟซหรือข้อมูลจำเพาะด้านลักษณะและการออกแบบโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ยูสเซอร์อินเทอร์เฟซอาจแตกต่างกันไปตามภูมิภาค
- ข้อมูลจำเพาะโดยละเอียดอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับรุ่นผลิตภัณฑ์หรือภูมิภาค ดังนั้น โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมที่หน้ารายละเอียดผลิตภัณฑ์
- หน้านี้อาจมีรูปภาพหรือวิดีโอที่สร้างขึ้นด้วย AI
- SmartThings: ภาพจำลองมีจุดประสงค์เพื่อการนำเสนอเท่านั้น
เทคโนโลยี ฟังก์ชัน และฟีเจอร์ต่าง ๆ อาจแตกต่างกันไปตามประเทศ ผู้ให้บริการ สภาพแวดล้อมของเครือข่าย หรือผลิตภัณฑ์ และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ
ต้องมีการเชื่อมต่อ Wi-Fi, Bluetooth หรือเครือข่ายไร้สายอื่น และต้องลงชื่อเข้าใช้ Samsung Account
อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อมีจำหน่ายแยกต่างหาก
การรองรับ SmartThings Hub ในตัวอาจแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น ซีรีส์ S95H และรุ่นที่สูงกว่ารองรับ Zigbee และ Thread (สำหรับ Matter) ส่วนซีรีส์ M80H และรุ่นที่สูงกว่าต้องใช้ดองเกิลสำหรับ Zigbee และ Thread (สำหรับ Matter) แยกต่างหาก
ยูสเซอร์อินเทอร์เฟซอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า - Pet Care: การสตรีมผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่แบบเรียลไทม์รองรับกับ Android OS 11.0 และเวอร์ชันใหม่กว่า หรือ iOS 16.0 และเวอร์ชันใหม่กว่า รวมถึงมีให้บริการใน Samsung TV ปี 2025 และรุ่นใหม่กว่า โดยคุณลักษณะดังกล่าวจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อทีวีปิดอยู่เท่านั้น
ทีวีต้องเชื่อมต่อกับแหล่งจ่ายไฟเพื่อใช้ฟีเจอร์นี้
ทีวีและอุปกรณ์เคลื่อนที่ต้องเชื่อมต่อกับ SmartThings เพื่อส่งและรับการแจ้งเตือน - คาราโอเกะ: รองรับเฉพาะไมโครโฟนรุ่นที่กำหนดโดยพันธมิตรที่ได้รับอนุญาตของ Samsung เท่านั้น และมีจำหน่ายแยกต่างหาก ด้วยพอร์ต USB เพียงพอร์ตเดียวในทีวี รองรับไมโครโฟนได้สูงสุด 2 ตัว และฟังก์ชันนี้จำกัดไว้ที่พอร์ต USB ทั้งหมด 2 พอร์ต
จำเป็นต้องติดตั้งแอป SmartThings ในมือถือและเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย Wi-Fi เดียวกันกับทีวี ไมโครโฟนในมือถือได้รับการปรับให้เหมาะสมสำหรับ Galaxy A ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android OS 16 หรือรุ่นใหม่กว่า และ S series, รุ่นหน้าจอพับได้ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2023 และรุ่นใหม่กว่า รวมถึง iPhone 13 และรุ่นใหม่กว่า - โหมด AI Energy: อัตราการประหยัดพลังงานอาจแตกต่างกันไปตามภูมิภาค รุ่น ขนาดหน้าจอ สภาพการรับชม สภาพแวดล้อมการใช้งาน และประเภทของคอนเทนต์
ผลิตภัณฑ์ที่จัดส่งใน ECO Mode (โหมดประหยัด) จะมีการเปิดใช้งานฟังก์ชันบางอย่างของโหมด AI Energy ไว้ตั้งแต่แรกโดยค่าเริ่มต้น ดังนั้นระดับการประหยัดพลังงานเมื่อเปิดโหมด AI Energy อาจดูต่ำกว่าความเป็นจริง
ในสภาพแวดล้อมที่มีความสว่างเกิน 120 lux ฟีเจอร์ประหยัดพลังงานด้วย AI บางรายการอาจไม่ทำงาน ซึ่งส่งผลให้อัตราการประหยัดพลังงานลดลง
โหมด AI Energy ไม่สามารถใช้งานได้กับโหมดที่เน้นความสำคัญของการรับชมเป็นหลัก เช่น โหมดเกม และโหมด AI
โหมด AI Energy อ้างอิงตามผลการทดสอบภายในที่ผ่านการรับรองโดยหน่วยงานภายนอก (TÜV Rheinland)